ครูบาอาจารย์
ระบบวิชาและอาคม
สายวิชาแตกกิ่งก้านให้เลือกเดิน ตั้งแต่คาถาเสริมกำลังไปจนถึงวิชาต้องห้าม แต่ละบทต้องฝากตัวกับอาจารย์ ฝึกจนชำนาญ และจ่ายด้วยบางอย่างเสมอ

REDM ROLEPLAY
ซีซั่น Blood Moon
เซิร์ฟเวอร์ RedM ไสยศาสตร์ไทย — ซีซั่น Blood Moon
อาคมสยาม เซิร์ฟเวอร์ RedM โลกตะวันตกยุคปืนผสมไสยศาสตร์ไทย ซีซั่น Blood Moon ร่ำเรียนวิชา ลงยันต์ สะสมทรัพย์ และเอาตัวรอดในดินแดนที่คาถาศักดิ์สิทธิ์กว่ากระสุน
อาคมสยามคือเซิร์ฟเวอร์ RedM ที่หยิบโลกตะวันตกยุคปลายศตวรรษที่ 19 มาวางทับกับความเชื่อเรื่องอาคมของไทย ที่นี่คาถาบทหนึ่งอาจมีค่ามากกว่าปืนทั้งกระบอก
ผู้เล่นเริ่มต้นจากคนธรรมดาที่ไม่มีอะไรติดตัว แล้วค่อย ๆ ฝากตัวเป็นศิษย์ ร่ำเรียนวิชา ลงยันต์คุ้มกาย สร้างเนื้อสร้างตัว จนกลายเป็นชื่อที่คนทั้งเมืองเอ่ยถึง ด้วยความเกรงใจหรือความกลัว — เลือกเอง
ครูบาอาจารย์
สายวิชาแตกกิ่งก้านให้เลือกเดิน ตั้งแต่คาถาเสริมกำลังไปจนถึงวิชาต้องห้าม แต่ละบทต้องฝากตัวกับอาจารย์ ฝึกจนชำนาญ และจ่ายด้วยบางอย่างเสมอ
หมึกและเข็ม
สักยันต์ลงบนร่างเพื่อรับพรจากอักขระ ทั้งคงกระพัน แคล้วคลาด และเมตตามหานิยม ยันต์แต่ละผืนมีข้อห้ามกำกับ ผิดครูเมื่อไหร่พรที่ได้ก็เสื่อมเมื่อนั้น
ทรัพย์และโชค
ฝากถอนผ่านธนาคารกลางเมือง เก็บของมีค่าไว้ในตู้นิรภัยส่วนตัว และวัดดวงกับกิจกรรม airdrop ที่หย่อนของหายากลงกลางแผนที่เป็นระยะ
พ.ศ. ๒๔๔๙
เรื่องที่คนแก่ในตลาดยังเล่าให้ลูกหลานฟังจนทุกวันนี้ — คืนที่ตราประทับของราชสำนักหายไปจากเรือนขุนนาง และแผ่นดินอาคมสยามเกือบเปลี่ยนมือ
บทที่ ๑
พ.ศ. 2449 อาคมสยามคือแผ่นดินที่กำลังผลัดจากยุคเก่าไปสู่ยุคใหม่ ถนนหนทางเริ่มเชื่อมหัวเมืองเข้าหากัน การค้าขยายตัวจนตลาดไม่เคยว่างคน อาวุธปืนเข้ามามีบทบาทแทนดาบและมีด และกฎหมายของราชสำนักพยายามยื่นมือเข้าจัดบ้านเมืองให้เป็นระเบียบ
ทว่าในเงามืดที่แสงตะเกียงส่องไม่ถึง โจร เสือ นักเลง และผู้มีวิชาอาคม ยังคงอาศัยปะปนอยู่กับผู้คนธรรมดา หลายปีมานี้มีข่าวลือเรื่อง “อาคมต้องห้าม” วิชาที่ทำให้ผู้ใช้มีกำลังเหนือคนทั่วไปจนไม่มีใครกล้าต่อกร ผู้คนพากันคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าของคนโบราณ — จนกระทั่งคืนหนึ่งในเมืองหลวง
บทที่ ๒
ขุนนางผู้รักษาตราประทับของราชสำนักถูกพบเป็นศพอยู่ในเรือนของตนเอง ข้าวของทุกชิ้นยังอยู่ครบ ไม่มีร่องรอยการปล้นสะดม มีเพียงตราประทับโบราณดวงเดียวที่หายไป
ข่าวนี้สั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน ราชสำนักส่งตำรวจและนักล่าฝีมือดีออกไล่ล่าคนร้าย จนพบร่องรอยที่ทำให้ทุกคนเงียบไปทั้งห้อง — ตราดวงนั้นไม่ได้ถูกขโมยไปเพื่อเงิน แต่ถูกขโมยไปเป็นกุญแจ สำหรับไขสถานที่ลับซึ่งถูกปิดตายมาหลายสิบปี
บทที่ ๓
ระหว่างการสืบสวน ชายผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาเป็นตำรวจที่ร่ำเรียนอาคมและวิชาโบราณมาแต่เยาว์ เดินทางมาแล้วทั่วแผ่นดิน และรู้จักโจร นักเลง กับผู้มีอิทธิพล ดีพอ ๆ กับที่รู้จักคาถาในคัมภีร์
ยิ่งสืบ ภาพยิ่งชัด คดีฆาตกรรมคืนนั้นเป็นเพียงปลายทางของแผนที่ใหญ่กว่านั้นมาก มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังกวาดต้อนผู้มีวิชาอาคมจากทุกหัวเมืองมารวมกัน เพื่อตั้งอำนาจใหม่ขึ้นแทนราชสำนัก และคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้มีแต่โจร — ขุนนางและข้าราชการบางคนก็ลงเรือลำเดียวกันไปแล้ว
พวกเขานัดหมายกันไว้ว่าจะเปิดสถานที่ลับนั้นในคืนพระจันทร์เต็มดวง
บทที่ ๔
คืนนั้นมาถึง ผู้คนปิดประตูเรือนเงียบสนิท ถนนที่เคยคึกคักว่างจนได้ยินเสียงลม ขณะที่คนติดอาวุธกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าเข้าสู่พระราชวังเก่า ตำรวจส่วนหนึ่งพยายามสกัดไว้ แต่กลับพบว่าเจ้าหน้าที่ด้วยกันเองบางคนเปิดทางให้ศัตรูเข้ามาเสียแล้ว
ท่ามกลางความวุ่นวาย นักล่าอาคมเดินเข้าพระราชวังไปเพียงลำพัง เขาตามรอยตราประทับลงไปจนถึงห้องใต้ดินโบราณ แล้วได้พบความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้แผ่นดินนี้มานาน — สิ่งที่ซ่อนอยู่ไม่ใช่สมบัติ แต่เป็นหลักฐานการก่อตั้งอาคมสยาม และคัมภีร์วิชาที่ราชสำนักเคยสั่งห้ามมิให้ผู้ใดศึกษา หัวหน้ากลุ่มต้องการอาคมนั้นไว้ยึดครองแผ่นดิน
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในห้องลับ ขณะที่ด้านนอกเสียงปืนกับเสียงระฆังเมืองดังปนกันไปทั่ว จนในที่สุดแผนการนั้นก็ถูกหยุดลง ตราประทับกลับคืนสู่ราชสำนัก ส่วนคัมภีร์ต้องห้ามถูกเผาทิ้งก่อนจะตกถึงมือผู้ที่คิดใช้มันเพื่ออำนาจ
บทที่ ๕
รุ่งเช้า อาคมสยามคืนสู่ความสงบ ผู้ทรยศถูกนำตัวมารับโทษตามกฎหมาย เหล่าโจรที่เคยครองเมืองทยอยหายหน้าไปทีละคน และราชสำนักเริ่มร่างกฎใหม่ เพื่อให้ราษฎรไม่ต้องอยู่ใต้ความกลัวอีกต่อไป
ส่วนนักล่าอาคมผู้เปิดโปงความจริง กลับไม่รับรางวัลสิ่งใด เขาเพียงเดินออกจากเมืองไปเงียบ ๆ ทิ้งถ้อยคำสุดท้ายไว้ให้คนข้างหลังจำ
อาคมไม่เคยทำให้คนเป็นคนชั่ว — คนต่างหากที่เลือกว่าจะใช้อาคมไปทำอะไร
นับแต่วันนั้น เหตุการณ์ในปี 2449 ก็กลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันทั่วแผ่นดิน ตำนานของประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยถูกปกคลุมด้วยเงาของโจร อาคม และการทรยศ
AKHOM SIAMประเทศแห่งผู้ที่เลือกเองว่าจะใช้วิชาไปทางไหน